วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ
พรีไบโอติกส์กันนะคะ
ปัจจุบันผู้บริโภคพยายามมองหาอาหารที่มีคุณสมบัติต่างๆ มากขึ้นในแง่ของการมีคุณค่าทางอาหารสูง
มีความปลอดภัย และส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยส่วนมากการศึกษาจะเน้นไปที่อวัยวะหรือระบบต่างๆ ได้แก่
เมแทบอลิซึมของไขมัน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การต้านอนุมูลอิสระ ความดันโลหิต และระบบการ
ย่อยและดูดซึมอาหาร อาหารเหล่านี้เรียกว่า
อาหารฟังก์ชัน (functional Food)ซึ่งมีผู้ให้คำ
จำกัดความว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะสามารถทำหน้าที่อื่นให้กับร่างกาย
นอกเหนือจากในเรื่องของรสสัมผัสและการให้คุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นแก่ร่างกาย
พรีไบโอติกส์(Prebiotics)เป็นส่วนประกอบของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารและมีผลต่อ
สุขภาพโดยการไปกระตุ้นการเจริญเติบโตและ/หรือการออกฤทธิ์ของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่กลุ่มจำเพาะ
หรือจำนวนหนึ่ง พบได้ทั่วไปในพืชผักผลไม้หลายชนิด ได้แก่ หัวหอม กล้วย ธัญพืช ถั่ว กระเทียม อาร์ทิโชก
(artichoke) ชิคอรี (chicory) หน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) เป็นต้น
องค์ประกอบในอาหารเหล่านี้ที่จัดเป็นพรีไบติก ได้แก่ อินนูลิน (inulin), ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์
(fructo-oligosaccharide), ไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ (xylo-oligosaccharide) และ
กาแลคโตโอลิโกแซคคาไรด์ (galacto-oligosaccharide)
"พรีไบโอติกส์" เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกย่อยหรือถูกดูดซึมในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก
แต่เป็นสารที่ช่วมเชื้อแบคทีเรียโปรไบโอติก ที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยย่อย
และดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL ทั้งยังช่วยในการดูด
ซึมแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก ซึ่งสร้างสารป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.thaimeiji.co.th/wizContent.asp?wizConID=26&txtmMenu_ID=7 ข้อมูลเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพรีไบโอติกส์ยังมีอีกมากนะคะ พบกับภาคต่อเร็วๆนี้ค่ะ